Publish Date: 24/08/2026
Data Center เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ทำให้บริการดิจิทัลในชีวิตประจำวันสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง และเริ่มมีบทบาทมากขึ้นในฐานะปัจจัยดึงดูดการลงทุน ใน สหรัฐอเมริกา การขยายตัวของ Data Center สัมพันธ์กับการจ้างงาน ค่าจ้าง และจำนวนสถานประกอบการที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.5 ร้อยละ 5.0 และร้อยละ 4.7 ตามลำดับ ขณะที่อัตราการว่างงานลดลง และกรณีของ Loudoun County รัฐเวอร์จิเนีย สะท้อนว่า Data Center สามารถกลายเป็นแหล่งรายได้สำคัญที่ช่วยพัฒนาชุมชนได้
อย่างไรก็ดี การลงทุนดังกล่าวมาพร้อมโจทย์สำคัญ ได้แก่ (1) การใช้ทรัพยากรและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ไอร์แลนด์ Data Center ใช้ไฟฟ้าร้อยละ 21 ของทั้งประเทศ ในปี 2566 และ สหรัฐอเมริกา มีข้อกังวลด้านมลพิษจากการติดตั้งกังหันก๊าซเพื่อผลิตไฟฟ้าให้ Data Center ของ xAI ในรัฐ Mississippi (2) ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจในประเทศอาจมีจำกัด โดยการจ้างงานส่วนใหญ่เกิดขึ้นในช่วงก่อสร้าง ขณะที่เทคโนโลยีและการดำเนินงานหลักยังอยู่ภายใต้การควบคุมของบริษัทต่างชาติ ดังเช่น สวีเดน กรณี Meta ในเมือง Luleå และ (3) การกำกับดูแลให้การลงทุนเติบโตอย่างยั่งยืนและสร้างประโยชน์ในประเทศ หลายประเทศได้เริ่มกำหนดมาตรการ อาทิ สหภาพยุโรป กำหนดให้ Data Center รายงานการใช้พลังงานและน้ำ สิงคโปร์ จัดทำ Green Data Centre Roadmap โดยกำหนดให้โครงการใช้พลังงานสะอาดอย่างน้อยร้อยละ 50 พร้อมแสดงให้เห็นถึงประโยชน์ต่อเศรษฐกิจในประเทศ และ มาเลเซีย รัฐสลังงอร์กำหนดให้ Data Center แห่งใหม่ ต้องใช้สินค้าและบริการภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 30
ที่มา : European Commission
ทั้งนี้ การส่งเสริมการลงทุนด้าน Data Center ของไทยมีปัจจัยที่ควรคำนึงถึง เช่น (1) การมีส่วนร่วมของผู้ประกอบการไทย เนื่องจากไทยยังต้องพึ่งพาการนำเข้าอุปกรณ์สารสนเทศสำคัญ เช่น ชิปประมวลผล ขณะที่ผู้ประกอบการไทยที่ได้รับประโยชน์ส่วนใหญ่อยู่ในงานก่อสร้าง การพัฒนาที่ดิน และสาธารณูปโภค และ (2) กติกาการกำกับดูแล Data Center เนื่องจากไทยยังไม่มีหน่วยงานหลักที่ดูแลโครงการในภาพรวม และขาดมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงกฎหมายที่ครอบคลุมลักษณะเฉพาะของ Data Center แม้ภาครัฐจะเริ่มวางกลไกรองรับการลงทุน Data Center โดยจัดตั้งคณะอนุกรรมการจัดการพลังงานเพื่อรองรับการลงทุนและกลั่นกรองโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ และดำเนินโครงการนําร่องการซื้อขายไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบการทำสัญญาซื้อขายพลังงานไฟฟ้าได้โดยตรง (Direct Power Purchase Agreement) แต่รายละเอียดของหลักเกณฑ์ วิธีการประเมิน และกลไกการบังคับใช้ ยังอยู่ระหว่างการพัฒนา
ดังนั้น เพื่อให้การขยายตัวของ Data Center สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศไทยควร (1) เร่งพัฒนาระบบกำกับดูแล Data Center โดยจัดให้มีหน่วยงานหลักประสานงานและติดตามโครงการ รวมทั้งนำการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (Strategic Environmental Assessment: SEA) มาใช้ ควบคู่กับการปรับปรุงกฎหมายและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับลักษณะเฉพาะของ Data Center (2) สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่าของ Data Center กำหนดสัดส่วนการใช้สินค้า บริการ และแรงงานภายในประเทศ สนับสนุนการจับคู่ธุรกิจ ตลอดจนยกระดับมาตรฐานสินค้าและบริการ และพัฒนาทักษะแรงงานให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรม (3) เปิดให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีส่วนร่วมในการวางแผนและพิจารณาโครงการ พร้อมกำหนดกลไกติดตามผลกระทบและมาตรการเยียวยา และ (4) ส่งเสริมการใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ สนับสนุนให้ผู้ประกอบการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน และนำเทคโนโลยีที่ช่วยลดการใช้ไฟฟ้าและน้ำมาใช้ รวมทั้งกำหนดเป้าหมายการใช้พลังงานและน้ำที่ชัดเจน