Publish Date: 23/02/2026
ประเทศไทยนำแนวคิดการคัดเลือกแบบองค์รวมมาประยุกต์ใช้ในการรับสมัครรอบ Portfolio ในระบบ TCAS ซึ่งมหาวิทยาลัยไทยส่วนใหญ่ใช้รูปแบบดังกล่าวเป็นช่องทางหลักในการรับสมัคร ส่งผลให้สัดส่วน การรับสมัครในรอบ Portfolio เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากร้อยละ 21.5 ในปี 2561 เป็นร้อยละ 36.3 ในปี 2568 การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้สร้างความเหลื่อมล้ำในการเข้ามหาวิทยาลัยของเด็กไทย โดยเฉพาะการเอื้อประโยชน์ให้ผู้ที่มีต้นทุนสูงกว่า อาทิ (1) เกณฑ์การยื่น Portfolio สูงขึ้นและเฉพาะตัวมากขึ้น เพื่อคัดเลือกผู้สมัครที่มี ความพร้อมมากขึ้น กลับกลายเป็นอุปสรรคต่อผู้สมัครที่มีข้อจำกัดทั้งด้านค่าใช้จ่าย เวลา และโอกาส (2) การส่งเสริมการสะสมผลงานเชิงปริมาณมากกว่าคุณภาพ เปิดโอกาสให้เกิดธุรกิจหาผลประโยชน์เชิงพาณิชย์ เช่น ค่ายกิจกรรม การรับจ้างทำผลงาน (3) โรงเรียนขนาดเล็กหรืออยู่ในพื้นที่ห่างไกลมีข้อจำกัดเชิงโครงสร้างในการส่งเสริมให้นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมที่สอดคล้องกับเกณฑ์คัดเลือก ทั้งงบประมาณ ครู การสนับสนุนจากผู้ปกครอง (4) การสมัครรอบ Portfolio มีต้นทุนทางการเงินค่อนข้างสูงที่อาจเป็นอุปสรรคต่อเด็กจากครัวเรือนรายได้น้อย และ (5) การทุจริตผลงานใน Portfolio มีความแนบเนียนมากขึ้น ขณะที่กลไกการตรวจสอบยังจำกัด
หมายเหตุ : 1) ข้อมูลปี 2561 มาจาก ธนกร วรพิทักษานนท์. (2564). ผลกระทบของความเหลื่อมลํ้าต่อการเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาของนักเรียนไทย. และ2) ข้อมูลปี 2562–2568 มาจากที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.)
ที่มา : รวบรวมและประมวลผลโดย สศช.
ที่มา : ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.)
อย่างไรก็ตาม ในหลายประเทศที่ใช้การรับสมัครแบบ Portfolio ได้มีแนวทางการแก้ปัญหาที่น่าสนใจ อาทิ การปรับปรุงเงื่อนไขและข้อกำหนดการรับสมัคร ไม่ว่าจะเป็นการลดการพิจารณาปัจจัยภายนอกหลักสูตรที่สร้างความเหลื่อมล้ำ การเปิดเผยเกณฑ์การประเมิน การพิจารณาผู้สมัครโดยตัดข้อมูลสะท้อนฐานะทางสังคมออก (เกาหลีใต้) การพัฒนาระบบตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลผู้สมัคร ด้วยซอฟแวร์ตรวจสอบเรียงความที่อาจเข้าข่ายคัดลอกผลงานและแจ้งไปยังมหาวิทยาลัย (สหราชอาณาจักร) สำหรับแนวทางในประเทศไทย ปี 2568 กระทรวง อว. มีการประกาศนโยบายด้านอุดมศึกษา ปี 2570 เพื่อขอความร่วมมือให้มหาวิทยาลัยปรับลดสัดส่วนการรับในรอบ Portfolio พร้อมทั้งพัฒนาเครื่องมือจัดทำแฟ้มสะสมผลงานโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ในระยะถัดไปควรมีการดำเนินการ ดังนี้ (1) โรงเรียนในพื้นที่เดียวกันควรรวมตัวกันเป็นเครือข่ายเพื่อแบ่งปันทรัพยากรและโอกาสการเรียนรู้ (2) มหาวิทยาลัยควรเปิดเผยเกณฑ์การประเมินอย่างชัดเจน มุ่งประเมินกิจกรรมที่สอดคล้องกับหลักสูตรการศึกษา พิจารณาโดยตัดข้อมูลที่สามารถระบุตัวตนออก ตลอดจนร่วมกันพัฒนาระบบตรวจสอบ/รับรองความถูกต้องของข้อมูลให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน และ (3) หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องอาจพิจารณากำหนดเพดานค่าธรรมเนียมการสมัครรอบ Portfolio ไม่ให้สูงเกินไป